มาดากัสการ์

baobab_tourdealsonline

มาดากัสการ์เป็นเกาะใหญ่อันดับ 4 ของโลก 80% ของพืชและสัตว์ที่นี่ไม่สามารถพบได้ที่ไหนในโลกอีกแล้ว และยังเป็นบ้านของพวกลีเมอร์ (Lemur) อีกกว่า 20 สปีชี่ส์ แต่ปัจจุบันป่าไม้ของเกาะนี้ลดปริมาณลงมากจาก 120,000 ตารางไมล์เหลือพียง 20,000 ตารางไมล์เท่านั้น ทั้งจากการตัดไม้ เผาป่า ลักลอบทำไร่เลื่อนลอย และการรุกล้ำเข้ายึดครองพื้นที่ป่า นอกจากนี้เขตป่าสงวนยังมีพื้นที่เพียง 5% ของเกาะเท่านั้น ต่อไปมาดากัสการ์คงเหลือแต่ในภาพยนตร์การ์ตูนเท่านั้น
baobab_tourdealsonline

มาดากัสการ์ประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2503 มาดากัสการ์เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากเกาะกรีนแลนด์ นิวกินี และบอร์เนียว ดินแดนมาดากัสการ์อุดมด้วยแร่ อัญมณีดิบ มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์วิทยาของโลกอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ นก และพืชหายากซึ่งส่วนใหญ่ไม่ปรากฏในดินแดนส่วนอื่นของโลก ความโดดเด่นทางนิเวศน์วิทยาทำให้มาดากัสการ์ได้รับสมญานามว่า “ทวีปที่แปด (Eight Continent)” และ “เกาะสีแดง (Red Island)”

เกาะมาดากัสการ์เคลื่อนตัวออกจากอนุทวีปอินเดียเมื่อ 80-100 ล้านปีก่อน นักมนุษยวิทยาประเมินว่า เริ่มมีมนุษย์เข้าไปตั้งถิ่นฐานในมาดากัสการ์ ระหว่าปี ค.ศ. 200-500 โดยชาวเลที่เดินทางมาจากหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (บริเวณที่เป็นอินโดนีเซียในปัจจุบัน) และชาวเผ่าบันตู (Bantu) ที่เดินทางข้ามช่องแคบโมซัมบิกมาจากทวีปแอฟริกา ส่วนชาวยุโรปเริ่มเข้าไปมีบทบาทในมาดากัสการ์ตั้งแต่ ค.ศ. 1500 โดยโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่เข้าไปทำการค้ากับชาวเกาะมาดากัสการ์ ตามด้วยฝรั่งเศสและอังกฤษ

มาดากัสการ์มี 2 ฤดูกาล คือ ฤดูฝนที่มีอากาศร้อน ระหว่างเดือน พ.ย.- เม.ย. และฤดูแล้งที่มีอากาศเย็น ระหว่างเดือน พ.ค. – ต.ค. และประสบภัยจากพายุไซโคลนเป็นระยะ มีภูมิประเทศที่หลากหลาย ประกอบด้วย เขตภูเขาสูง (ทางตอนกลางของประเทศ) เขตป่าฝน (ตามแนวชายฝั่งด้านตะวันออก) เขตทุ่งหญ้าซาวันนา และทุ่งหญ้าแห้งแล้ง (ทางตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้) และมีบริเวณ “Canal des Pangalanes” ซึ่งมีการเชื่อมต่อของทะเลสาบและลำคลอง (ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่มนุษย์ขุดขึ้น) ต่อเนื่องกันไปเป็นบริเวณกว้างถึง 460 กิโลเมตร