ครั้งหนึ่งในชีวิต ทัวร์ล่าแสงเหนือ ไอซ์แลนด์

สัมผัสสุดยอดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ทัวร์ชมแสงเหนือประเทศไอซ์แลนด์  เที่ยวชมสุดยอดทิวทัศน์อันน่ามหัศจรรย์และหลากหลาย อาทิ น้ำตกขนาดใหญ่ตระการตา ธารน้ำแข็งโบราณ หาดทรายดำ และธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ล่องเรือชมวาฬ กิจกรรมเดินบนกลาเซียร์ธารน้ำแข็ง เดินทางด้วยรถบัสค้นหาสถานที่เหมาะสมสำหรับตามล่าและถ่ายภาพแสงเหนือในยามค่ำคืน เรียนรู้วิธีและเทคนิคการถ่ายภาพแสงเหนือ โดยช่างภาพมืออาชีพ ประสิทธิ์ จันเสรีกร

*แสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถกำหนดหรือคาดการณ์ได้แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน

ทำความรู้จักกับแสงออโรร่า
             ออโรรา เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก หากเกิดขึ้นที่ขั้วโลกเหนือจะเรียกว่า แสงเหนือ และขั้วโลกใต้เรียกว่า แสงใต้  ปรากฏการออโรราเป็นตัวอย่างปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่น่าทึงที่สุดที่เกิดขึ้นในอวกาศที่ใกล้พื้นโลก มันอาจปรากฏจากสิ่งจางๆ เป็นวงนิ่ง แล้วระเบิดออกมาเป็นสีต่าง ๆ พุ่งกระจายภายในเวลาไม่กี่วินาที บางครั้งจะปรากฏเหมือนมันจะแตะกับพื้น หรือในเวลาอื่นอาจเห็นมันพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ความจริงแล้ว แสงออโรรานั้นเกิดขึ้นที่ความสูงจากพื้นโลก (altitudes) ประมาณ 100 ถึง 200 กิโลเมตร บริเวณที่อยู่บริเวณบรรยากาศชั้นบนที่อยู่ใกล้กับอวกาศ

แสงเหนือ ตามประวัตินั้นมีชื่อมากมายหลายชื่อ ชื่อวิทยาศาสตร์ของปรากฏการณ์นี้ คือ ออโรรา บอเรลลีส (Aurora Borealis) ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า รุ่งอรุณสีแดงแห่งทิศเหนือ ซึ่งตั้งชื่อโดย กาลิเลโอ กาลิเลอิ (Galileo Galilei) (ค.ศ. 1564 – 1642) คำว่า “Aurora Borealis” แปลว่า “แสงเหนือ” (Northern Light) ส่วน “Aurora Australis” แปลว่า “แสงใต้” (Southern Light) และคำว่า “Aurora Polaris” แปลว่า “แสงขั้วโลก” ใช้เรียกทั้งแสงเหนือและแสงใต้

​บริเวณที่เกิดออโรราเป็นบริเวณรูปไข่ (Oval-shape region) รอบๆ ขั้วแม่เหล็กของโลก โดยรูปไข่จะเบ้ไปทางด้านกลางคืนของโลก เมื่อออโรราสงบ รูปไข่จะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3000 กิโลเมตร แต่เมื่อเกิดออโรรารุนแรงขึ้น รูปไข่จะกว้างขึ้นกว่า 4000 หรือ 5000 กิโลเมตร เนื่องจากขั้วแม่เหล็กเหนือของโลกอยู่ทางตอนเหนือของแคนาดา ออโรรา โบเรลลีส (Aurora Borealis) จึงพบมากที่เส้นรุ้ง (Latitude) ที่มีประชากรอาศัยมากในซีกโลก (hemisphere) ตะวันตก ไล่เรียงตั้งแต่ทางตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ แคนาดา และรัสเซีย ส่วนไอซ์แลนด์ที่มีพื้นที่เป็นเกาะขนาดใหญ่อยู่ในแนวที่ออโรราพาดผ่าน จึงเห็นได้ทั่วประเทศ ปรากฎการณ์ออโรราเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่การมองเห็นจากพื้นโลก ต้องเป็นช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากความสว่างของแสงจากดวงอาทิตย์มีปริมาณแสงมากกว่า ทำให้มองไม่เห็นแสงออโรราในเวลากลางวัน และช่วงเวลาพระอาทิตย์เที่ยงคืนในซีกโลกเหนือก็จะมองไม่เห็นแสงออโรราเช่นกัน ต้องเป็นฤดูหนาวที่กลางคืนมืดสนิทเท่านั้น

ตั้งแต่ปี 1915 เป็นต้นมา ความสูงของออโรราเป็นที่โต้เถียงกันในวงการวิทยาศาสตร์ จนในปี ค.ศ. 1910 – 1940 คาร์ล สตอร์เมอร์ (Carl Størmer) ได้ใช้หลักการพาราแล็กซ์ (Parallax) ในการวัดขนาด โดยใช้ภาพออโรรา 2 ภาพที่ถ่ายในเวลาเดียวกัน และใช้แผนที่ดวงดาว อ่านขนาดมุม และคำนวณหาความสูง ภาพพาราแล็กซ์กว่า 20000 ภาพ ทำให้สตอร์เมอร์คำนวณความสูงของออโรราอย่างแม่นยำ ออโรราในยามค่ำคืนจะพบที่ความสูง 90 ถึง 150 กิโลเมตร มีบางส่วนที่อาจแผ่กว้างถึง 500 กิโลเมตร แต่โดยเฉลี่ย มีความสูงที่ 100 ถึง 120 กิโลเมตร ซึ่งความสูงมากขนาดนั้นใกล้สุญญากาศมาก ทำให้เป็นเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเสียงขึ้น เป็นบทสรุปว่า ปรากฏการณ์ออโรรา มีเฉพาะแสงเท่านั้น ไม่มีเสียง

* ทริปล่าแสงเหนือประเทศไอซ์แลนด์  มีฤดูกาลตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม เป็นช่วงเวลาที่กลางคืนมืดสนิทยาวนาว เดินทางด้วยรถเช่าค้นหาสถานที่เหมาะสมสำหรับตามล่าและถ่ายภาพแสงเหนือ โดยทุกค่ำคืนจะเลือกบริเวณที่เหมาะสม เรียนรู้วิธีและเทคนิคการถ่ายภาพแสงเหนือ โดยช่างภาพมืออาชีพ ประสิทธิ์ จันเสรีกร ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ถ่ายภาพแสงเหนือมาแล้วมากมายจากประเทศไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน

thailand-photo-tours