ยุคเซ็งโงกุ

   ยุคเซ็งโงกุ (ญี่ปุ่น: 戦国時代 Sengoku-jidai) เป็นช่วงเวลาของความไม่สงบใน ญี่ปุ่น อันเกิดจากอำนาจการปกครองของ โชกุนตระกูลอาชิกางะในยุคมูโรมาจิเสื่อมลง ทำให้บรรดาไดเมียวผู้ปกครองแคว้นต่าง ๆ ในญี่ปุ่นต่างพากันตั้งตนเป็นอิสระ โดยเฉพาะไดเมียวที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเกียวโตมาก และทำสงครามกันเอง ทำให้ญี่ปุ่นลุกเป็นไฟ บ้านเมืองไม่มีขื่อแป โชกุนที่เกียวโตไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเป็นเพียงหุ่นเชิดของไดเมียวที่มีอำนาจ สมัยเซ็งโงกุเป็นสมัยแห่งวีรบุรุษ โดยเฉพาะวีรบุรุษทั้งสามที่รวมประเทศญี่ปุ่นให้กลับเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งเป็นการสิ้นสุดสมัยเซ็งโงกุ ได้แก่ โอดะ โนบูนางะ, โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ, และ โทกูงาวะ อิเอยาซุ

อักษรคันจิของคำว่ายุคเซ็งโงกุ ตรงกับคำว่า “ยุคจ้านกว๋อ” ในภาษาจีน หมายถึง “ยุครณรัฐ” ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ในช่วงระหว่าง 477-222 ปีก่อน ค.ศ.

ยุคเซ็งโงกุของญี่ปุ่น นับเป็นส่วนหนึ่งของยุคมูโรมาจิ ในยุคนี้เองก็มียุคสมัยย่อยแฝงอยู่ คือ สมัยอาซูจิ และสมัยโมโมยามะ เรียกรวมกันว่า ยุคอาซูจิ–โมโมยามะ

สงครามโอนิน
ตำแหน่ง เค็นเร คือ ผู้แทนโชกุน เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจมาก โฮโซกาวะ คัตสึโมโตะ เป็นเค็นเรในสมัยของโชกุนอาชิกางะ โยชิมาซะ และวางแผนจะให้น้องชายของโชกุน คือ อาชิกางะ โยชิมิ เป็นโชกุนคนต่อไป แต่พ่อตาของโฮโซกาวะ คือ ยามานะ ซูเซ็ง ต้องการจะตั้งลูกชายของโชกุน คือ อาชิกางะ โยชิฮาซะ เป็นโชกุนแทน สงครามโอนิงจึงเริ่มต้นใน ค.ศ. 1467 โชกุนประกาศว่าถ้าฝ่ายไหนเริ่มก่อนจะเป็นกบฏ แม้ฝ่ายโฮโซกาวะจะเริ่มก่อนแต่ก็เกลี้ยกล่อมให้โชกุนเชื่อว่าฝ่ายยามานะเริ่มก่อน โชกุนจึงประกาศให้ยามานะเป็นกบฏ ทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งจะสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายโดยการเผาบ้านเรือน การต่อสู้ทำให้เมืองเกียวโตพินาศย่อยยับ ชาวบ้านหอบข้าวของหนีออกนอกเมือง

สงครามลุกลามไปทั้งญี่ปุ่น บรรดาไดเมียวแตกเป็นสองฝ่าย แม้ประเทศจะตกอยู่ในกลียุคแต่โชกุนยังคงอาศัยอยู่ในปราสาทคิงกากูจิ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นโอกาสให้ไดเมียวต่าง ๆ ตั้งตนเป็นอิสระ ใน ค.ศ. 1471 จังหวัดคางะ พระสงฆ์นิกายแดนบริสุทธิ์ก่อกบฏขับไล่พวกไดเมียวออกไป เรียกว่า กบฏอิกโก-อิกกิ ประกอบด้วยชาวบ้านและซามูไรระดับล่าง กบฏอิกโก-อิกกิสะสมกำลังได้มากในตอนเหนือ

แม้ทั้งโฮโซกาวะและยามานะต่างเสียชีวิตในค.ศ. 1473 แต่สงครามยังไม่จบ ความเสียหายของเมืองเกียวโตครั้งนี้ร้ายแรงเกินฟื้นฟู จนภายหลังโทกูงาวะ อิเอยาซุต้องย้ายเมืองหลวงไปที่เอโดะในที่สุด